Title: Tell me, would you kill? (Budapest’s Mission)

Part : Prologue

Fandom: The Avengers [2012]

Pairing: Clint Barton/Hawkeye  x  Natasha Romanov/Black widow

Rate: R-18 ของเรื่องแต่ไม่ใช่พาร์ทนี้

Author: Rima

Before reading: Mentions of violence, blood, gore, sexual , weapon and decease.

 

----------------------------------------------------------

 

 

Prologue


 

 

เสียงเคลื่อนไหวฉึกฉักเป็นจังหวะสลับกับเสียงเสียดสีกันของโลหะอย่างสม่ำเสมอของเครื่องจักรกลดังซ้ำไปซ้ำมา เหมือนกิจวัตรประจำวันอันแสนน่าเบื่อหน่ายของมนุษย์เงินเดือน คือ ทั้งจืดชืด เฉื่อยชา และน่าเบื่อหน่าย แต่ตราบใดที่มันยังคงทำงานอยู่อย่างแข็งขัน รถไฟขบวนนี้จะยังคงวิ่งไปตามรางอย่างราบรื่นด้วยความเร็วอันไม่น่าเชื่อและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงกลางคัน ถึงแม้จะเป็นโบกี้โดยสารที่ได้รับการตกแต่งใหม่ให้ทันสมัยและสะดวกสบายมากขึ้นก็ตาม แต่เป็นที่รู้กันว่าเครื่องยนต์กลไกที่ยังคงเป็นสิ่งที่ตกทอดมาจากยุคเก่านี้จะยังคงถูกใช้ต่อไป จนกว่าจะถึงคราวปลดระวาง ซึ่งคงใช้เวลาอีกหลายสิบปีหลังจากนี้

 

 

คลินท์ บาร์ตัน นั่งอยู่ในขบวนรถไฟที่ออกเดินทางจากสถานี Wien Sudbahnhof กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่บูดาเปสต์ เมืองหลวงของฮังการีซึ่งเป็นที่หมายสุดท้ายของบรรดานักท่องเที่ยวทัวร์ยุโรป หากแต่จุดประสงค์ของเขานับว่าแตกต่างจากทุกคนในขบวนอย่างสิ้นเชิง

 

 

เมื่อเข้าเขตพรมแดนฮังการี เสียงจ้อกแจ้กจอแจของผู้โดยสารในขบวนส่วนใหญ่ที่เป็นนักท่องเที่ยวก็เริ่มดังขึ้น พร้อม ๆ กับเสียงกดชัตเตอร์ถ่ายรูปดังระรัวไม่หยุดหย่อนเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด แต่ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำให้ความสนใจแต่อย่างใด คลินท์ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ของตัวเองที่ถูกปรับให้เอนได้หลายระดับเพื่อความสบายของผู้โดยสาร ปล่อยให้โลกทั้งใบและทิวทัศน์นอกหน้าต่างเคลื่อนผ่านเขาไปเรื่อย ๆ ในมือถือแผ่นกระดาษใบหนึ่งที่พออนุมานได้ว่าเป็นรูปถ่ายเอาไว้

 

 

ภาพหญิงสาวผมยาวสีแดงเพลิง ใบหน้าคมคาย ริมฝีปากอิ่มหยักยิ้มมุมปากนิด ๆ และนัยย์ตาสีเขียวสดคมกริบเหมือนจ้องมองตอบกลับมาทุกครั้งยามเพ่งพินิจ ที่คลินท์เอาแต่จ้องมองนิ่ง ๆ มากว่าชั่วโมง ...อาจจะพูดได้ว่า เขานั่งจ้องมาตลอดการเดินทางตั้งแต่หาที่หย่อนตัวลงนั่งตามหมายเลข และรอจนเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจเช็คตั๋วโดยสารของเจ้าพนักงานบนรถไฟแล้วด้วยซ้ำ

 

 

ปลายเท้าที่เหยียดออกไปนั้น ขยับไปด้านข้างเล็กน้อย แตะเข้ากับกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำใบเขื่องที่วางอยู่แน่นิ่งชิดกับผนังติดหน้าต่างข้างที่นั่ง เขาชอบสัมผัสที่รู้สึกว่ามีมันอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลายามที่ต้องปฏิบัติภารกิจ และการจดจ่ออยู่กับภารกิจที่ต้องทำนั้นทำให้ลืมความน่าเบื่อหน่ายของการเดินทางยาวนานในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี

 

 

คลินท์ไม่ได้จ้องภาพหญิงสาวในมือเพราะความหลงใหล แต่เป็นเพราะหน้าที่ของเขาเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้ต่างหาก

 

 

ชายหนุ่มหรี่สายตาลงเล็กน้อย พยายามเพ่งมองหาความร้ายกาจของคนในรูปภาพ ดังที่ได้ยินได้ฟังกิตติศัพท์ ได้เห็นภาพเหตุการณ์ที่ถูกฉายให้ดูและคำเตือนจากเจ้าหน้าที่คนอื่นผู้ซึ่งเคยไปปฏิบัติหน้าที่ในรัสเซียมาก่อน ในหูยังคงแว่วเสียงคำสั่งที่ได้รับมอบหมายจาก นิค ฟิวรี่ ผอ.หน่วยชีลด์ และภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นก็ยังคงแจ่มชัดเหมือนเพิ่งเกิดเมื่อครู่นี้เอง

 

 

 

----------------------------------------------------------

 

 

 

 

นาตาเลีย นาตาชา อาเลียนอฟน่า โรมาโนว่า หรือ นาตาชา โรมานอฟ หรือ นาตาชา โรมานอฟ หรือ อีกชื่อที่รู้จักกันดีในนาม แบล็ควิโดว์

 

 

 

คลินท์นั่งอ่านข้อมูลประวัติโดยย่อของเป้าหมายที่เขาได้รับหน้าที่ให้ไปจัดการบนแผ่นกระดาษในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นจ้องมองหน้าจอที่แสดงภาพของ นิค ฟิวรี่ ผอ.หน่วยชีลด์ที่กำลังออกคำสั่งมอบหมายภารกิจในครั้งนี้ให้เขาบนโต๊ะประชุมตรงหน้า ข้าง ๆ กันนั้นเป็น เจ้าหน้าที่ ฟิล โคลสัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของชีลด์ที่อยู่ในฐานะเป็นหัวหน้าของคลินท์กำลังนั่งเปิดเอกสารจากแฟ้มส่งให้เขา

 

 

หากเทียบกันโดยตำแหน่งแล้ว คลินท์ บาร์ตัน เป็นเพียงเจ้าหน้าที่หน้าใหม่ที่เพิ่งได้รับการบรรจุเข้ามาเป็นสมาชิกของหน่วยชีลด์ ในฐานะมือสังหาร โดยมีชื่อเรียกประจำตัวว่า ‘ฮอว์คอาย’ อันเนื่องมาจากฝีมือการยิงธนูอันฉกาจฉกรรจ์เป็นที่เลื่องลือของเขาตั้งแต่สมัยเมื่อครั้งยังเป็นดาวเด่นในคณะละครสัตว์ จวบจนออกมารับงานนอกกฎหมาย และคอยช่วยเหลืองานปราบปรามอาชญากรรมอย่างลับ ๆ จน โทนี่ สตาร์ค ที่อยู่ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนชีลด์ในด้านเงินทุนและยุทโธปกรณ์ชักชวนให้เขาใช้ความสามารถอันน่าประทับใจนั้นเข้ามาทำงานให้กับหน่วยชีลด์  

 

 

ในขณะที่ ฟิล โคลสัน อยู่ในตำแหน่งที่รองจาก เจ้าหน้าที่ มาเรีย ฮิลล์ รองผอ.หน่วยชีลด์ และ นิค ฟิวรี่ ผอ.หน่วยชีลด์เท่านั้น ดังนั้นโคลสันจึงรับหน้าที่เป็นคนถ่ายทอดงานและส่งมอบคำสั่งของนิค ฟิวรี่ ลงมายังเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ที่เรียกว่า ผู้ใช้แรงงาน เช่นเขา และช่วยเป็นหูเป็นตาในด้านภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ในขณะที่ฮิลล์นั้น มีหน้าที่ในส่วนของฝ่ายข้อมูลและหน่วยข่าวเสียมากกว่า ทำให้เธอแทบไม่มีหน้าที่ใด ๆ เกี่ยวข้องกับกองกำลังทหารและหน่วยทีมจู่โจมนัก

 

 

คลินท์จึงไม่แปลกใจเลยที่โคลสันผู้ซึ่งได้รับหน้าที่แทน นิค ฟิวรี่ จะได้รับความไว้วางใจจากเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ เสมอจนมักได้ยินคำเปรียบเปรยที่ว่า โคลสันเปรียบเสมือน ตา อีกข้างของนิค ฟิวรี่ (ซึ่งเขาสูญเสียไปตั้งแต่ครั้งภารกิจที่ยุโรปในสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากถูกสะเก็ดระเบิด อันเป็นที่มาของเหตุผลที่เขาจึงต้องมีผ้าคาดปิดตาข้างซ้ายเอาไว้ตลอดเวลา) เลยทีเดียว

 

 

สิ่งที่คลินท์รับรู้ได้โดยคร่าว ๆ จากการพูดคุยผ่านหน้าจอแสดงภาพของ นิค ฟิวรี่ ร่วมกับคำอธิบายโดยสรุปจากเอกสารที่ได้รับจากโคลสัน คือ

 

ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าที่บูดาเปสต์จะมีการประชุมเจรจาครั้งสำคัญของ สตาร์ค อินดัสทรี บริษัทที่ โทนี่ สตาร์ค มหาเศรษฐีอัจฉริยะผู้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ รวมถึงในส่วนของหน่วยชีลด์เองเป็นเจ้าของอยู่ โดยในการประชุมครั้งนี้จะมีการสาธิตเกี่ยวกับเรื่องพลังงานทดแทนในอนาคต เครื่องยิงลำแสงเลเซอร์อานุภาพสูง และการพัฒนาชุดเกราะ Ironman โดยเฉพาะชุดเกราะใหม่ที่ชื่อ คริมสัน ไดนาโม (Crimson Dynamo) ที่จะถูกนำมาแสดงประสิทธิภาพในงานนี้ ซึ่งแน่นอนว่า มีนักวิทยาศาสตร์หลายแขนงจากนานาประเทศ รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ และหน่วยงานความมั่นคงของรัฐที่ให้ความสนใจอย่างมาก และด้วยความที่พลังงานเหล่านี้สามารถนำมาใช้ปรับเปลี่ยนเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงได้จึงไม่แปลกที่หน่วยจารกรรมข้อมูลของรัสเซียอย่าง ไฮดร้า จะส่งสายลับมือดีเข้ามาพยายามล้วงความลับ โจรกรรมผลงานเหล่านั้น และอาจจะเลยเถิดไปจนถึงขั้นสังหารผู้เกี่ยวข้องหากจำเป็น

 

 

 

ซึ่งสายลับคนสำคัญที่ได้รับเกียรติในครั้งนี้ก็คือ นาตาชา โรมานอฟ หรือ แบล็ควิโดว์ นั่นเอง

 

 

 

“หน้าที่ของนาย...เจ้าหน้าที่บาร์ตัน ทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดเธอไม่ให้เข้ามาก่อความไม่สงบในงานครั้งนี้”

 

 

ภาพของนิค ฟิวรี่ที่ฉายอยู่บนจอภาพนั้นจ้องมองมายังคลินท์อย่างจริงจัง จนเขาแทบรู้สึกได้ว่าเจ้าตัวนั่งอยู่ในห้องประชุม แล้วพูดคุยต่อหน้าเขาด้วยตนเองมากกว่าที่จะปรากฎตัวเพียงแค่การสื่อสารโดยการส่งสัญญาณผ่านจอภาพเท่านั้น

 

 

 

“ผมไม่เข้าใจขอบเขตของคำว่า ทำทุกวิถีทาง ที่ท่านพูดครับ...”

 

คลินท์เลิกคิ้วขึ้นเป็