Title: Right Hand

Chapter: 4

Fandom: The Chronicle of  Riddick [2004]

Pairing: Richard D. Riddick/Vaako

Rate: R-18 (About all of the story but not in this chapter)

Original from [Link]: AO3 – Right Hand

Author: LittleMouse

Translate and edit : Rima

Before reading: There is Yaoi Fiction. If you can't stand it so, please... Click the red cross button over this blog and leave out.

Warning: Mentions of sexual, violence, blood, mental, abuse and rape.

 

 

----------------------------------------------------------

 

 

 

บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ของกองทัพอัดแน่นไปด้วยความขุ่นมัวและเต็มไปด้วยความคาดหวัง วาร์โก ยืนอยู่ด้านหลังไหล่ขวาของ ลอร์ดมาร์แชล , สูดลมหายใจลึก ๆ , เข้าสู่การเตรียมตัวให้พร้อมอย่างเต็มที่, เขาคาดการ์ณไว้ล่วงหน้าแล้วสำหรับเรื่องนี้ --ขุนพลหนุ่มจ้องมองไปยัง โทรอัน , พยายามที่จะสื่อสารความเป็นกังวลของเขาไปยังผู้ที่อ่อนด้อยประสบการณ์กว่า

 

 

 

 

ลอร์ดโทรอัน ขมวดคิ้วตอบกลับมา, ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นแต่ไม่แน่ใจนักว่ามันคืออะไร, โทรอันยังไม่เคยเห็นห้องโถงใหญ่ของกองทัพภายหลังจากการต่อสู้ของผู้นำระดับสูงมาก่อน --มันเป็นสิ่งที่หาดูได้ยากและไม่มีการต่อสู้ของผู้นำระดับสูงใด ๆ จะเหนือไปกว่าการต่อสู้ของลอร์ดมาร์แชล, การต่อสู้ที่ผู้ท้าดวลได้รับชัยชนะ --นั่นไม่ใช่เรื่องที่ใครจะได้พิจารณาง่าย ๆ

 

 

 

 

 

ริดดิค นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง, มองออกไปยังเหล่าทหารที่รวมตัวกันเบื้องหน้า, แล้วเอ่ยขึ้นในที่สุด

 

 

 

 

 

 

“พวกเจ้าสักคนพอจะบอกข้าได้ไหมว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น?”

 

 

 

 

 

 

 

ลอร์ดโทรอันดูเหมือนจะสับสนเล็กน้อย และวาร์โกรีบเอ่ยออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อเป็นการรักษาหน้าสหายของตน

 

 

 

 

 

“มันเป็นเช่นนี้มาได้สัปดาห์หนึ่งแล้วหลังจากการท้าประลองของท่านกับลอร์ดมาร์แชลคนก่อน”

 

 

 

 

 

“ข้าไม่ได้ ท้าประลอง กับใครทั้งนั้น ข้าเพียงแค่ต้องการฆ่า...”

 

 

 

 

 

“ใช่” วาร์โกไม่สนใจหากว่าคำพูดของเขาจะเป็นการขัดจังหวะ “แต่พวกเขามองว่า นั่นคือการท้าประลอง และผู้ท้าดวลได้รับชัยชนะ พวกเขาเลยตั้งเงื่อนไขขึ้นมาบ้าง”

 

 

 

 

 

 

“เงื่อนไข?”

 

 

 

 

 

วาร์โกยิ้ม, ประกายแห่งความกระหายในการต่อสู้ปรากฏขึ้นเล็กน้อยในดวงตา คลื่นอารมณ์ความรู้สึกขนาดใหญ่ที่แผ่กระจายจากกองทัพส่งมาถึงเขา “ใช่, เงื่อนไข ในเมื่อท่านเอาชนะได้ในการต่อสู้ของท่าน นั่นหมายความว่าพวกเขาเองก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับชัยชนะในการต่อสู่ของพวกเขาเช่นกัน --และด้วยการเฝ้ามองของลอร์ดมาร์แชลด้วยแล้วน่ะหรือ? วันนี้ถือเป็นวันแห่งการท้าประลอง ยิ่งไปกว่านั้น, การชำระบาปของพวกเขาที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ พวกเขาต้องใช้เวลาอีกเป็นเดือนกว่าจะกลับมาเรียนรู้อารมณ์ความรู้สึกขั้นพื้นฐานอีกครั้ง”

 

 

 

 

 

 

ริดดิกแสยะยิ้ม, กวาดสายตามองไปยังกองทหารอีกครั้ง เขาดึงแว่นตาของเขากลับขึ้นไปยังที่ของมัน “ฉะนั้น, วันนี้จะมีการต่อสู้อย่างงั้นสิ? หืม? จะมีใครมาขอท้าประลองกับข้าหรือเปล่า?”

 

 

 

 

 

 

“ไม่น่าเป็นไปได้” ถึงตอนนี้ โทรอันก็พูดออกมาจนได้ “พวกเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับท่านมากพอที่จะเสี่ยง, หรือต่อให้ถ้ามันจะเกิดขึ้น  ข้าขอแนะนำให้ท่านอยู่ภายใต้การคุ้มกันของทหารยาม”

 

 

 

 

 

 

 

“ข้าคุ้มกันตลอดเวลาอยู่แล้ว” น้ำเสียงของริดดิคแทบจะเป็นการหัวเราะเบา ๆ มากกว่าคำพูด (มันเป็นคำเล่นคำระหว่าง Staying on guard ของโทรอัน กับ Always on guard ของ ริดดิคครับ, ผู้แปล) เขาก้าวออกไปข้างหน้า, ลงไปตามขั้นบันไดไปยังกองทหาร โดยมีวาร์โกและโทรอันขนาบข้าง, สายตาของพวกเขาเตรียมพร้อมระแวดระวังสำหรับอันตราย ผู้บัญชาการกองทัพของแต่ละหน่วยยืนอยู่ด้านหน้าหน่วยของพวกเขา, โค้งคำนับให้เมื่อริดดิคเดินผ่าน
 
 
 

 

 

 

 

ช่วงแรกนั้นไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น, เป็นการตรวจกำลังพลเหมือนเช่นปกติ, ริดดิคเพิ่งจะผ่านไปได้ 3 หน่วย และกำลังเริ่มจะรู้สึกผิดหวังอยู่แล้ว --ทันใดนั้นเองก็มีการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงเกิดขึ้นขึ้นฉับพลันที่หน่วยทหารด้านหน้า

 

 

 

 

 

หนึ่งในทหารของหน่วยท้าประลองกับจ่าของเขา –พวกเขาปักหลักอยู่ตรงกลางของวงล้อมทหารที่เกิดขึ้นมาฉับพลันทันด่วน ริดดิคหยุดยืนและจ้องมอง, สีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ --และอารมณ์ที่ปรากฏบนดวงตาสีเงินก็ถูกซ่อนไว้เบื้องหลังแว่นตากันลมสีดำ --วาร์โกตระหนักได้ว่าตัวเขาเองกำลังมองไปยังจอมทัพของตนมากกว่าการต่อสู้ เขานึกตำหนิตัวเองในใจ แล้วบังคับความสนใจที่เถลไถลของตัวเองกลับไปยังที่ที่มันควรอยู่

 

 

 

 

 

การต่อสู้เป็นไปอย่างโหดร้ายทารุณและการนองเลือด, เป็นการสู้กันอย่างเป็นธรรมของคนสองคนที่มีความสามารถทัดเทียมกัน และจบลงอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่วาร์โกคาดไว้, มีดที่ถูกแทงเข้าไปตรงหัวใจเป็นจุดจบของทุกสิ่ง --จ่าคนใหม่ที่เพิ่งได้ตำแหน่งของเขามาด้วยตนเองหมาด ๆ นั้นปรายตาลงต่ำมองคู่ต่อสู้, จากนั้นจึงกระชากเอาตราประดับยศออกมาแล้วติดมันลงไปบนเครื่องแบบของตนเอง กลุ่มทหารโดยรอบเขาส่งเสียงพึมพำวิพากวิจารณ์ เป็นธรรมดาที่เหล่าทหารรู้สึกอยากร้องตะโกนออกมาเซ็งแซ่, และเขาก็ย้ายกลับเข้าไปยืนอยู่ยังตำแหน่งใหม่ของตัวเองด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง

 

 

 

 

 

 

“จากนี้ไปมันจะเพิ่มมากขึ้น” วาร์โกเอ่ยขึ้นเบา ๆ ริดดิคไม่ได้มองมาที่เขา แต่เขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังฟังอยู่ “ผู้ท้าประลองได้รับชัยในศึกแรก พวกที่เหลือจะถือว่านั่นเป็นลางดี” คำพูดของวาร์โกได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริง เนื่องจากในขณะที่เขากำลังพูดอยู่  --การต่อสู้อีก 3 แห่งก็เริ่มขึ้นทันทีรอบ ๆ ตัวพวกเขา, และแพร่กระจายไปยังรอบห้องโถง

 

 

 

 

ริดดิคเฝ้ามองการต่อสู้ของพวกทหารเหล่านั้น ริมฝีปากกระตุกยิ้มร้าย โทรอันสบสายตากับวาร์โกชั่วครู่, พวกเขาตระหนักได้โดยทันทีว่าจอมทัพของพวกเขาต้องการมีส่วนร่วมกับการต่อสู้เหล่านั้นด้วยตนเอง

 

 

 

 

 

โทรอันกลืนน้ำลายก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบา, น้ำเสียงเต็มไปด้วยความระมัดระวัง

 

 

 

 

“ท่านลอร์ดมาร์แชล –ท่านจะเข้าร่วมประลองไม่ได้นะ พวกเขาจะต้องมุ่งตรงมายังท่าน”

 

 

 

 

 

“ข้ากะไว้อยู่แล้วน่ะ, อย่าเพิ่งให้ข้าละทิ้งความสนุกนี่ไปหน่อยเลย”

 

 

 

 

 

สายตาของวาร์โกยังคงจับจ้องอยู่ที่บรรดาทหารมากมายที่รายล้อมอยู่รอบ ๆ พวกเขา, และเอ่ยประโยคถัดมาของเขาลอย ๆ “มันเป็นสิทธิ์ของท่านที่จะต่อสู้ หากว่าท่านปรารถนา” เขาขมวดคิ้วมุ่นขณะมองไปยังผู้กองร่างใหญ่ที่ส่งสายตามองกลับมายังพวกเขา, และเกือบพลาดที่จะตอบคำถาม

 

 

 

 

 

 

“ข้าปรารถนา, ใครล่ะจะเป็นคนมาต่อสู้กับข้า?”

 

 

 

 

 

 

ให้ตายสิ ผู้ชายคนนี้, เขาทำแบบนี้อีกแล้ว!

 

 

 

คำพูดทั้งหมดนั้นเหมือนกับลมหายใจอุ่นที่กระทบกับผิวเขา, ริมฝีปากเกือบที่จะสัมผัสใบหูของเขา วาร์โกเกือบจะส่งเสียงร้องออกมา

 

 

 

 

 

“ค-ใครก็ได้ที่ท่านต้องการ”

 

 

 

 

 

นั่นทำให้ริดดิคหัวเราะออกมาเบา ๆ “โอ้, งั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นเจ้าล่ะเก่งในเรื่องการต่อสู้หรือเปล่า?”

 

 

 

 

 

วาร์โกไม่มีโอกาสให้สมองที่อื้ออึงเต็มไปด้วยความประหลาดใจของเขาคิดหาคำตอบ –ทันใดนั้นร่างกำยำของผู้กองผู้ซึ่งไม่แม้แต่จะเปล่งวาจาขอท้าประลองออกมา โถมเข้าใส่พวกเขา --ขุนพลทั้งสองสันนิษฐานได้โดยอัตโนมัติว่า ผู้กองคนนั้นต้องการริดดิค และในขณะที่กำลังประเมินผลลัพธ์ วาร์โกถูกกระแทกล้มลงเมื่อชายคนดังกล่าวพุ่งเข้ามายังเขาแทน เขาบิดตัวและกลิ้งตัวหลบหลีกมีดที่แทงลงมาเกือบไม่พ้น, แล้วกลับมายืนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ตรงกลางของวงล้อมทหารที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนรอบตัวเขา วาร์โกรับรู้ความจริงที่ว่า ริดดิคและโทรอันเป็นส่วนหนึ่งของวงล้อมนั่น และเมื่อเห็นได้ชัดแล้วว่าพวกเขายืนอยู่ตรงไหน ความสนใจของเขาก็กลับไปยังชายร่างใหญ่ที่ตรงเข้ามาหาเขาอย่างแน่วแน่

 

 

 

 

‘เป็นผู้ชายที่ตัวใหญ่มาก’ วาร์โกคิด, รู้สึกขบขันเพราะเหตุผลบางอย่าง –ผู้กองที่ยืนขึ้นเต็มตัวนั้นสูงกว่าเขา และไหล่กว้างกว่าริดดิค, สวมเกราะ, ถือมีดเล่มยาวอยู่ในมือ, และอาวุธอื่นถูกคาดแนบอยู่กับขาและแขน –ในขณะที่วาร์โกอยู่ในชุดผ้าไหมตัวบาง, ไม่ได้สวมเกราะ และมีเพียงแค่มีดเล่มเล็กเล่มเดียวที่เหน็บอยู่ที่สะโพก เขาดึงมันออกมา นิ้วมือกำรอบด้ามจับอันแสนคุ้นเคย

 

 

 

 

เมื่อผู้กองพุ่งเข้าใส่เขาอีกครั้ง วาร์โกบังเกิดความคิดเล็กน้อยที่ผุดขึ้นมาในหัวอย่างกะทันหันว่า เขารู้สึกขอบคุณเหลือเกินที่เขาได้นอนหลับพักผ่อนมามากพอ –หากว่าการท้าประลองนี้เกิดขึ้นในวันก่อนหน้า เขาคงจะถูกฆ่าตายไปแล้วอย่างง่ายดาย

 

 

 

 

 

วาร์โกหลบการโจมตีของมีดและสวนหมัดของเขาพุ่งตรงไปยังส่วนกรามที่ไม่ได้รับการป้องกันของอีกฝ่ายอย่างแรง ผู้กองคำรามใส่เขาและกวัดแกว่งมีดอย่างเกรี้ยวกราดเป็นแนววิถีโค้งรอบตัวเขา วาร์โกเคลื่อนไหวอย่างว่องไว, หลบหลีกคมมีดที่มุ่งหมายหยิบยื่นความตายมาให้ และหลบลงมาอยู่ด้านล่างใต้แขนของอีกฝ่าย ก่อนออกหมัดสวนอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้กระแทกเข้ากับจมูกจนได้ยินเสียงแตกหัก, ย้อมใบหน้าและหน้าอกของอีกฝ่ายจนเปียกชุ่มไปด้วยเลือด เขาแผดเสียงลั่นด้วยความเดือดดาลและเจ็บปวด เคลื่อนไหวเข้าหาวาร์โกอีกครั้ง พยายามที่จะจับตัวร่างบาง ซึ่งหลบหลีกคมมีดของเขาไปได้ว่องไวราวปรอท

 

 

 

 

 

วาร์โกหลบแฉลบออกมาด้านข้าง, เล็งหมัดชกไปที่ข้อมือหนาและนั่นทำให้มีดร่วงลงไปตกกระทบกับพื้น ผู้กองกระชากเอามีดเล่มอื่นออกมาจากจากฝัก แล