Title: Right Hand

Chapter: 5

Fandom: The Chronicle of  Riddick [2004]

Pairing: Richard D. Riddick/Vaako

Rate: R-18 (About all of the story but not in this chapter)

Original from [Link]: AO3 – Right Hand

Author: LittleMouse

Translate and edit : Rima

Before reading: There is Yaoi Fiction. If you can't stand it so, please... Click the red cross button over this blog and leave out.

Warning: Mentions of sexual, violence, blood, mental, abuse and rape.

 

 

 

 

----------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

วาร์โก มอง

 

 

 

และยังคงจ้องมองอยู่, ขณะที่ ริดดิค ยิ้มขำให้กับความประหลาดใจของเขา

 

 

 

 

 

 

“ท-ท่านคงไม่ได้ –จริงจัง...?” เขาพยายาม, แต่กระนั้นความทรงจำของเขาก็ขุดเอาบางสิ่งบางอย่างที่ วูเลีย เคยพูดในระหว่างการเกรี้ยวกราดโวยวายครั้งสุดท้ายของเธอขึ้นมาพอดิบพอดี ‘เขาเรียกหาแม้กระทั่งลอร์ดอาจจะหนึ่งหรือมากกว่าสองคน...’  --เขาไม่ควรจะให้ความสนใจกับเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อยในเวลานี้ ขุนพลหนุ่มมองกลับไปยังริดดิค ที่ตอนนี้เหยียดยิ้มกว้างให้เขามากกว่าเดิม

 

 

 

 

 

 

“นี่ไม่ใช่...เรื่องล้อเล่นใช่ไหม?”

 

 

 

 

 

 

“ล้อเล่นนั่นคงเป็น สิ่งสุดท้าย ที่จะอยู่ในใจข้า” ริดดิคยืดตัวขึ้นเต็มความสูง, เอื้อมแขนไปเท้ามือกับฝาผนัง, เอนกายเล็กน้อย, กล้ามเนื้อภายใต้รูปร่างสมส่วนโดดเด่นอย่างเห็ดได้ชัดเจน นั่นทำให้เกิดบางอย่างขึ้นเล็กน้อยในจิตใจของวาร์โก --เขารู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะหน้าแดงขึ้นอีกแล้ว --ยิ้มมุมปากของริดดิคเปลี่ยนไปเป็นยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาโน้มตัวไปข้างหน้า ประคองคองแก้มของวาร์โกไว้ในมือ, นิ้วหัวแม่มือไล้ไปมาเบา ๆ บนโหนกแก้ม

 

 

 

 

 

 

“ข้าชอบเวลาที่เจ้าหน้าแดง” เขาพึมพำเสียงต่ำเบา ๆ ในลำคอ

 

 

 

 

“ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นอย่างนั้น” วาร์โกพยายามรักษาน้ำเสียงของตนเองให้เฉยชาไร้อารมณ์, แม้เขาจะรู้สึกว่าแก้มตัวเองร้อนขึ้น แต่เขาก็ไม่แน่ใจนักว่าเก็บอาการสั่นไหวไว้ได้หรือไม่ ประกายวิบวับในดวงตาของริดดิคเป็นสิ่งช่วยยืนยันว่าความพยายามของเขาล้มเหลว

 

 

 

 

 

 

 

 

มือใหญ่เลื่อนต่ำลงจนปลายนิ้วของริดดิคสัมผัสกับลำคอของวาร์โก

 

“เจ้ารู้สึกถึงมันได้บ้างไหม?” ริดดิคถาม, ดวงตาสีเงินจับจ้องใบหน้าของวาร์โกอย่างใกล้ชิด

 

 

 

 

 

 

ดวงตาสีน้ำตาลอมเขียวที่จ้องมองกลับมานั้นเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์

 

 

“ไม่มากนัก, มันค่อนข้างจะเหมือนกับสวมเสื้อผ้าทบกันหลาย ๆ ชั้น”

 

 

 

 

 

“ออกไปให้พ้นจากมันสักพัก, หืม? ถ้าเจ้าไม่ต้องเข้าไปยังห้องชำระบาปเวรตะไลนั่น? เจ้าจะรู้สึกถึงสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาอีกครั้ง”

 

 

 

 

“ใช่, ผลของมันจะจางหายไปตามกาลเวลา นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมข้อบังคับของพิธีกรรมชำระบาปจึงได้ถูกกำหนดขึ้น, เพื่อให้พวกเราแข็งแกร่ง”

 

 

 

 

 

“ข้าไม่คิดว่าการยุติมันจะทำให้เจ้าอ่อนแอ, เจ้าเคยบอกว่าพวกทหารจะกลับมาเรียนรู้อารมณ์และความรู้สึกขั้นพื้นฐานอีกครั้ง ราว ๆ เดือนนึงใช่ไหม?”

 

 

 

 

 

“ข้า... ใช่, โดยส่วนใหญ่แล้วก็ใช้เวลาเดือนนึง”

 

 

 

 

ริดดิคขมวดคิ้ว “แต่นั่นไม่ใช่สำหรับเจ้า, เพราะข้าทำให้เจ้าหน้าแดงได้ –มิหนำซ้ำเจ้ายังเพิ่งเข้ารับการชำระบาปเมื่อ 2 วันก่อน นั่นแปลว่าเจ้าต้องมีความรู้สึกอะไรบางอย่าง” เขาเว้นวรรคไปชั่วครู่, ขมวดคิ้วมุ่นแม้ขณะที่ยังคงไล้มือไปบนแก้มและลำคอของวาร์โกต่อไป

 

 

 

 

 

นานเท่าที่เขาจะเคยมีความรู้สึก, ผู้เป็นมือขวาของริดดิคไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากโอนอ่อนไปตามสัมผัสนั้น --เป็นเวลานานเหลือเกิน นับตั้งแต่เขาเคยถูกสัมผัสด้วยความรู้สึกรักใคร่ใด ๆ , วูเลีย --อืม, ไม่มีใครเรียกการสัมผัสของหล่อนว่าเป็นการแสดงออกอย่างรักใคร่ได้หรอก เผาผลาญ -- กลืนกิน, นั่นอาจเป็นได้ แต่ก็ยังถือว่าไม่ใช่รูปแบบของการกระทำดังกล่าวที่ดีเท่าไหร่, ไม่ว่าจะอย่างใดอย่างหนึ่ง --วาร์โกจ้องมองไปยังริดดิคที่กำลังพิจารณาแผ่นข้อมูลอยู่ตอนนี้, จอมทัพเรียกดูข้อมูลด้วยมือข้างซ้าย ในขณะที่อีกมือหนึ่งยังคงสัมผัสเขาอย่างอ่อนโยน เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างไรหากถูกคนตรงหน้ากลืนกิน--

 

 

 

 

--แล้วสมองของเขาก็หยุดชะงักเพราะเสียงครูดดังขึ้นในหัวอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

‘บ้าเอ๊ย!’

 

 

 

 

 

เขาสบถกับตัวเอง วาร์โกคิดว่าเขาชักเริ่มจะหาเรื่องเครียดใส่ตัวในสถานการณ์เช่นนี้อีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

“ข้าเข้าใจถูกต้อง --ความเขินอายเป็นหนึ่งในลิสต์ของอารมณ์ขั้นพื้นฐาน ใช้เวลา 3-4 สัปดาห์ในการเริ่มต้นที่จะเรียนรู้ใหม่ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า, วาร์โก? ทำไมเจ้าถึงแตกต่าง?” ประกายวาววับในดวงตาจับจ้องไปยังวาร์โกอีกครั้ง

 

 

 

 

 

ตอนนี้วาร์โกไม่ได้หน้าแดงอีกต่อไป เขารู้ว่าตัวเองกำลังหน้าซีดเผือด เขาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ พยายามที่จะใช้ลูกเล่นอย่างเมื่อเช้าอีกครั้ง อย่างที่มันเคยได้ผล!

 

 

 

 

 

 

 

“พ-พวกหมาไปไหนกันหมดแล้ว?”

 

 

 

 

 

 

 

ริดดิคนิ่วหน้าใส่วาร์โกชั่วขณะ, สายตาราวกับจะประเมิน, แล้วในที่สุด “อยู่ในห้องชั้นใน  พวกมันยังไม่พร้อมจะออกมาเตร็ดเตร่ตอนนี้เท่าไหร่, ทำไม?” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นขบขัน “หรือเจ้าคิดถึง โพรเตช่า ?”

 

 

 

 

 

 

“โพร...?” วาร์โกรู้สึกสับสน

 

 

 

 

 

ริดดิคลุกขึ้นยืนและเดินไปเปิดประตูที่นำไปสู่ห้องชั้นใน ในชั่วอึดใจเดียวหลังจากนั้น, วาร์โกก็สบตากับเฮลฮาวด์เพศเมีย --ตัวที่เคยพยายามจะขึ้นมาอยู่บนตักของเขาเมื่อเช้านี้

 

 

 

 

“โพรเตช่า” ริดดิคเรียก, เกาไปบนด้านหลังใบหูของเธออีกครั้ง เธอเริ่มส่งเสียงครางครืดต่ำ ๆ ในลำคอ ก่อนใช้จมูกดุนแขนวาร์โกเบา ๆ เขายื่นมือออกไปอย่างลังเล แล้วลูบไปบนแก้มที่เหมือนกับเกราะหนา, สงสัยอยู่ครามครันว่าเธอจะรู้สึกถึงมันได้หรือเปล่า หากแต่เธอรับรู้, และส่งเสียงครางต่ำในลำคออย่างพึงพอใจดังขึ้น

 

 

 

(Protega อ่านว่า โพร-เต-ช่า มาจาก Verbe ภาษาฝรั่งเศส Protéger ที่หมายถึง Protect ดังนั้นจึงแปลว่า Protector : ผู้พิทักษ์ ครับ, ผู้แปล)

 


 

 

 

ลอร์ดมาร์แชลหัวเราะ “แน่นอนว่าเธอชอบเจ้ามากที่สุด” เฮลฮาวด์อีกตัวหนึ่งเข้ามาวางศีรษะบนตักของริดดิค และเขาหันไปสัมผัสมันแทน --โพรเตช่าดูเหมือนจะไม่ใส่ใจ เธอนั่งอยู่ข้าง ๆ วาร์โกแล้ววางศีรษะลงบนต้นขาของเขา เฮลฮาวด์ตัวอื่น ๆ ต่างพากันเดินวนไปวนมารอบห้อง, สำรวจตามมุมของห้องและบางครั้งก็เข้ามาดม ๆ ที่วาร์โก หรือไม่ก็เข้ามาให้เจ้านายของพวกมันลูบ

 

 

 

 

 

 

“ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าเอาตัวรอดไปได้แบบนั้นอีกแล้ว, รู้ไหม” คำกล่าวนั้นทำให้วาร์โกงยหน้าขึ้นมองอย่างกะทันหัน

 

 

 

 

 

“ท่านลอร์ด?”

 

 

 

 

 

“เจ้าชอบเปลี่ยนเรื่องเสมอ เวลาที่ข้าต้องการจะรู้เกี่ยวกับอาการเสพย์ติดการชำระบาปของเจ้า หรือว่าเจ้าไม่เชื่อใจข้า?”

 

 

 

 

 

“ข้า...” วาร์โกชะงักไปชั่วครู่, ดวงตาสีน้ำตาลอมเขียวมีแววกังวล “ข้าจงรักภักดี, แต่...”

 

 

 

 

 

“ความจงรักภักดีกับความไว้เนื้อเชื่อใจมันแตกต่างกัน ข้าจะรออีกไม่กี่วัน, วาร์โก –เจ้าควรจะเตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้ที่จะตอบข้า”

 

 

 

 

 

“ท่านเชื่อใจข้าอย่างนั้นหรือ?” วาร์โกไม่มั่นใจนักว่าคำถามนั้นมาจากไหน แต่คิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความเท่าเทียมกันเท่านั้น

 

 

 

 

 

“ยิ่งข้าได้เรียนรู้เกี่ยวกับเจ้ามากขึ้นเท่าไหร่, ใช่แล้ว ตลกดีนะ หืม? ข้ากะไว้ว่าจะฆ่าเจ้า, คิดว่าจะถลกหนังเจ้าออกมาทำพรมเช็ดเท้าของข้าแล้ว” ริดดิคแสยะยิ้มอีกครั้ง, เป็นรอยยิ้มของนักล่า เขาโน้มตัวพาดผ่านโพรเตช่า แล้วไล้มือไปบนท่อนแขนวาร์โกเบา ๆ “ดีที่ข้ามีกล้องถ่ายเจ้าเอาไว้ มันคงจะน่าละอายนักหากว่าต้องลงมือฆ่าสิ่งที่งดงามเช่นนี้”

 

 

 

 

 

โพรเตช่าครางครืด ๆ ในลำคอ, ดูเหมือนว่าเธอจะชอบวาร์โกที่หน้าแดงก่ำด้วยเช่นกัน

 

 

 

 

------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

ผู้บัญชาการ โทรอัน รอคอยอยู่ที่ด้านนอกประตูเพื่อให้ทหารยามประกาศแจ้งต่อเขา, เมื่อเขาได้รับอนุญาตให้เข้าพบได้แล้วจึงเดินเข้ามาในห้อง แต่กลับต้องหยุดทันที, เมื่อเผชิญหน้ากับเฮลฮาวด์ที่ส่งเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดแทนบุคคลที่เขาคาดหวังไว้

 

 

 

 

“นิ่งไว้” เสียงของลอร์ดมาร์แชลทำให้เจ้าสัตว์ร้ายสงบลงและผละจากไป, หากแต่ยังคงใช้ดวงตาที่ส่องแสงเรืองนั้นเฝ้ามองใบหน้าเขา, โทรอันก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง, พยายามจับจ้องไปยังบรรดาสัตว์ร้ายทั้งหมดภายในห้อง

 

 

 

 

 

“ข้านึกว่าพวกมันมีกัน 6 ตัว?” โทรอันถามพลางนับจำนวนพวกมัน

 

 

 

 

“ใช่, แต่อีกตัวอยู่กับวาร์โก”

 

 

 

 

“โอ้...” โทรอันรู้สึกสนใจใคร่รู้, หากแต่ไม่ได้เอ่ยถาม เขาอาจจะไม่รู้เกี่ยวกับประสบการณ์ของวาร์โกหรือสามารถเข้าใจอะไรได้อย่างรวดเร็ว หากแต่ผู้บัญชาการขุนพลอีกฝ่ายนั้นมีบุคลิกส่วนตัวอันไร้เดียงสาที่เนโครมังเกอร์ส่วนใหญ่มักจะสูญเสียไปโดยสิ้นเชิง --วาร์โกมักไม่ค่อยคำนึงเกี่ยวกับตัวเขาเอง ซึ่งนั่นดูเหมือนจะสร้างความประหลาดใจให้เขา เมื่อ คนอื่น ๆ  ให้ความสนใจต่อเขา หากว่าไม่ได้เพื่อ มาดามวาร์โก เขาก็คงจะยังมีความสุขอยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการขุนพลในวันเวลาที่เหลือทั้งหมดของเขา แต่ถึงกระนั้น, โทรอัน และ แกร์เรน ตระหนักได้