Fiction

Chapter: 6

Fandom: The Chronicle of  Riddick [2004]

Pairing: Richard D. Riddick/Vaako

Rate: R-18 (About all of the story but not in this chapter)

Original from [Link]: AO3 – Right Hand

Author: LittleMouse

Translate and edit : Rima

Before reading: There is Yaoi Fiction. If you can't stand it so, please... Click the red cross button over this blog and leave out.

Warning: Mentions of sexual, violence, blood, mental, abuse and rape.

 

 

 

----------------------------------------------------------

 

 

 

ดาวเคราะห์ดวงนี้เย็นยะเยือกและมีอายที่กลิ่นแปลกประหลาด, ราวกับผืนน้ำสงบนิ่งในชามโลหะ ที่นี่มีสิ่งก่อสร้างอยู่ทุกหนแห่ง --ไม่ใช่เฉพาะแต่พื้นที่เปิดโล่งเพียงเล็กน้อยเท่าที่สายตาจะสามารถมองเห็นได้ อาคารสีเทา, สูงตระหง่านขึ้นไปยังท้องฟ้าสีหมอก ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นสีเทา --ฝุ่นสีเทาที่ราวกับเปลือกหุ้มหนาปกคลุมทั่วทุกพื้นผิว แผ่นกระดาษสีเทาลอยหมุนคว้างขึ้นไปในอากาศที่ตรงสุดทางถนนว่างเปล่า, ที่แห่งนี้ดูราวกับถูกแช่แข็งเอาไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง --ยานขนส่งที่ว่างเปล่า, ประตูบ้านที่เปิดอ้าไว้, ผลผลิตอันเลวทรามจากผู้ต่ำช้าทางธุรกิจเกลื่อนไปทั่วท้องถนน

 

 

 

เครื่องสแกนแสดงให้เห็นว่าดาวเคราะห์ที่เคยเต็มไปด้วยความแออัดอันนั้นชี้ไปยังจุดที่ว่า พลเมืองผู้อยู่อาศัยแทบไม่มีการเคลื่อนไหว, ไม่แม้แต่จะมองเห็นชีวิต, ไม่ได้ยินแม้แต่เสียง, ไม่มีแม้กระทั่งเสียงกระซิบของความเคลื่อนไหว

 

 

 

“นี่มันคือบ้าอะไรกัน?” ริดดิค เอ่ยถามขึ้นเบา ๆ , ผู้สวมแว่นกันลมสีดำบ่งบอกถึงสิ่งครอบคลุมอยู่เหนือจัตุรัสที่ถูกละทิ้งเบื้องหน้าพวกเขา ฝ่ายวิจัยลงความเห็นว่า อาคารหรูหราโออ่าเบื้องหน้านี้คงเป็นเช่นเดียวกับพระราชวังหรือไม่เช่นนั้นก็คงเป็นทำเนียบของฝ่ายบริหาร, และพวกเขาวางแผนที่จะให้หน่วยภาคพื้นออกสำรวจตามนั้น --ดูเหมือนว่ามันจะใช้เม็ดเงินมหาศาลในการสร้างแต่กระนั้นมันก็เข้าสู่สภาวะเสื่อมโทรม รูปปั้นที่แกะสลักอย่างบรรจงนั้นโอนเอียงและผุพัง, บานหน้าต่างแตกร้าวหรือไม่ก็เป็นกระจกสีสดที่แหลกละเอียด ทุกสิ่งทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยฝุ่นละอองเช่นเดียวกับส่วนอื่นที่เหลือของเมือง

 

 

 

“ส่งพวก เลนเซอร์ ออกไป” โทรอัน ออกคำสั่งทหาร “มีคน อยู่ ที่นี่, ค้นหาพวกเขา!”

 

 

 

พวกทหารเคลื่อนย้ายพลกันออกไปอย่างเชื่อฟัง, ก้าวเดินอย่างระมัดระวังข้ามผ่านซากปรักหักพังที่พวกเขาตามล่าหาสัญญาณจากเหยื่อของพวกเขา รูปร่างที่หลังโก่งคดงอของพวกเลนเซอร์นำออกไปตามทางเดินโดยมีผู้ควบคุมคอยติดตามอยู่ด้านหลังพวกมัน พวกเขาค้นหาจนกระทั่งเสร็จสิ้น ไม่พบสิ่งใด และ ปราศจากเสียงร้องเรียกแม้สักครั้งที่จะแสดงถึงการค้นพบ

 

 

 

“หน่วยภาคพื้นอื่น ๆ ต่างก็รายงานสภาพผลทำนองเดียวกัน” โทรอันกล่าว, ผละออกมาจากหน่วยสื่อสาร “ที่อยู่อาศัยถูกทิ้งร้างและไม่มีสัญญาณของผู้คนไม่ว่าที่ใด ๆ เลยก็ตาม”

 

 

 

“บางทีพวกเขาอาจหลบซ่อนตัวอยู่เมื่อพวกเขาเห็น ดาวหาง , ใช้เครื่องสแกนบนยานค้นหาอุโมงค์หรือหลุมหลบภัยใต้ดินได้ไหม?”

 

 

 

โทรอันหันหลังเดินจากไปเพื่อทำตามคำสั่งของลอร์ดมาร์แชล, ริดดิคถือเอาความได้เปรียบในการถือครองก่อนของเขากระโดดลงมาจากทางลาดของท่าเทียบจอดยาน เดินออกไปสู่ถนน

 

 

 

 

 

วาร์โก ยืนอยู่ด้านหลังเขาทางขวามือ

 

 

 

 

ริดดิคมองเลยข้ามไหล่ของเขาไปยังอีกฝ่ายแล้วยกยิ้มให้

 

 

 

 

“นั่นไม่สามารถทำให้เจ้าสั่นได้ใช่ไหม, หืม?”

 

 

 

“ท่านเป็นคนตัดสินใจแล้วว่าข้าจะเป็นมือขวาของท่าน”

 

 

 

ริดดิคหัวเราะขำ

 

 

 

“เอาน่ะ, มาหาอะไรสนุกทำระหว่างที่พวกนั้นกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องน่าเบื่อกันเถอะ” เขาพุ่งตรงไปยังทางแยกของถนน วาร์โกก้าวเท้าตามไปอย่างยากลำบาก

 

 

 

“เงาของเจ้าไปไหนซะแล้วล่ะ?”

 

 

 

“ข้าแต่งตั้งให้เขาคอยดูแลคุ้มกันยาน หน่วยลาดตระเวนของเขาต่างพากันไปยังพื้นที่ส่วนอื่น”

 

 

 

“แปลว่าเราก็สูญเสียเขาไปด้วยเหมือนกัน, ใช่ไหม?”

 

 

 

 

วาร์โกพยักหน้ารับ และริดดิคคว้าตัวเขาไว้ทันที, เหวี่ยงตัวเขาหมุนไปรอบ ๆ ก่อนจะผลักให้หลังเขาพิงแนบกับกำแพงอิฐสีเทา

 

 

 

“ดี...”

 

 

 

จากนั้นริมฝีปากอุ่นก็ถูกบดเบียดลงบนเรียวปากเขา การจูบที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัวโดยสิ้นเชิง ความประหลาดใจนั้นทำให้วาร์โกอ้าปากค้าง และริดดิคก็ใช้ความได้เปรียบอย่างเต็มที่ของริมฝีปากที่แยกออกจากกันนั้น เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นหลังจากนั้นชั่วครู่ เขาปล่อยให้อีกฝ่ายที่แทบจะผละออกอย่างมึนเบลอ จากสัมผัสของเรียวลิ้นเชี่ยวชาญที่สำรวจทุกซอกทุกมุมของความอบอุ่นภายในปากของเจ้าตัว

 

 

 

 

“รู้สึกไหม?” เสียงกระซิบแหบพร่ากระทบบนผิวแก้มของเขา

 

 

 

วาร์โกไม่สามารถหาเสียงของตัวเองเจอ, ทำได้เพียงแค่พยักหน้าเป็นการตอบรับ, มือใหญ่เลื่อนขึ้นไปบนแขนของเขา, ผ่านไหล่, เพื่อไปประคองใบหน้าของเขา เขาไม่รู้สึกอะไรมากนักบนแขนของเขา และนั่นเพราะชิ้นส่วนหนึ่งของชุดเกราะที่เขาสวมอยู่, แผ่นเกราะบนหน้าอกปกป้องเขาจากทุกสัมผัสใด ๆ บนไหล่ของเขา หากแต่มืออันอบอุ่นที่เขารู้สึกอยู่บนผิวของเขา, ใกล้เคียงกับความรู้สึกอย่างแท้จริงยิ่งกว่าที่เขาเคยรู้สึกในหลายปีที่ผ่านมา

 

 

 

 

“ดีขึ้นไหม?”

 

 

 

“อ-อื้ม”

 

 

 

“ดีแล้ว” ริดดิคปล่อยเขาไป แล้วหันเหความสนใจของเขากลับไปยังภารกิจในมือ พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบกริบตรงผ่านไปยังทางเดินว่างเปล่า, เกาะติดกับด้านหลังตรอกซอกซอย เท่าที่จะหลีกเลี่ยงการค้นหาจากหน่วยลาดตระเวนเนโครมังเกอร์อื่น ๆ ซึ่งอาจจะต้องการติดตามไปพร้อมกับพวกเขาได้ --ในไม่ช้า วาร์โกก็พบว่าจอมทัพของเขาดูผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนบนยาน  ก็ดี, นั่นเป็นสิ่งที่ดีแล้วสำหรับเขา เขาจำได้ – นี่จะเป็นดาวเคราะห์อีกที่แห่งเขาจะสามารถสำรวจมัน

 

 

 

 

‘และเจ้าก็จะสำรวจอยู่เคียงข้างเขาด้วยใช่ไหม?’


 

 

 

‘แน่นอน, เพื่อนคู่คิดประเภทไหนกันหากข้าไม่อยากจะทำแบบนั้น?’  เขาเริ่มจะสงสัยอย่างจริงจังเกี่ยวกับตัวเขาเอง --ทุกคนต่างก็มีเสียงภายในจิตใจที่ไม่เห็นด้วยเช่นกันหรือเปล่า?

 

 

 

 

‘แค่สำรวจ?’


 

 

 

‘ข้าพึงพอใจกับการสำรวจ’  เขาไม่ได้หลอกตัวเอง แสงสว่างเริ่มปรากฎขึ้นในใจเขาอย่างช้า ๆ เมื่อเขาติดตามชายคนนั้นไปไม่ว่าที่ใดก็ตาม, ไม่ว่าเขาจะรู้สึกเพลิดเพลินกับมันหรือไม่ เขาเคยรู้สึกหวาดกลัวการคงอยู่เช่นผู้มีชีวิตมากเกินไปมาตลอด, ตลอดมานับตั้งแต่เขาเรียนรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาหากเนโครมังเกอร์คนอื่นค้นพบ..., ใช่, ค้นพบว่าเขาเป็นอะไร

 

 

 

 

คำพูดบางอย่างของริดดิคเกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่ที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าตายนั้นดังก้องอยู่ในใจเขา และเขาเองก็เห็นด้วยกับมันอย่างหมดหัวใจ แต่การอยู่อย่างมีชีวิต, ตื่นตัว, ความสามารถที่จะรู้สึกได้นั้นทำให้ความน่าหวาดกลัวของมันค่อย ๆ จางหายไปอย่างช้า ๆ –โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขานึกถึงผลตอบแทนที่มันจะนำมาให้

 

 

 

 

 

“เจ้าหน้าแดงอีกแล้ว” ริดดิคหันกลับมาจากการตรวจสอบขยะบางอย่าง แล้วยิ้มกว้างให้เขา

 

 

 

 

‘ข้าต้องเรียนรู้ที่จะหัดควบคุมมันเสียแล้ว...’

 

 

 

 

 

------------------------------

 

 

 

ชั่วโมงแห่งการค้นหายังอาคารรกร้างว่างเปล่าและตรอกซอกซอยที่สกปรกนั้นดักจับได้เพียงแต่ความเปล่าประโยชน์ให้พวกเขา เมื่อพวกเขากลับไปยังยาน --ในความเงียบ แต่เห็นได้ชัดว่ามันทำให้โทรอันโกรธจัด --ไม่มีใครค้นพบอะไรเลย ไม่มีใครสักคนในหมู่ทหารหรือเลนเซอร์พบเงื่อนงำแม้เพียงสักเล็กน้อยจากการหายสาบสูญไปของประชากรเป็นพันล้านคน  ริดดิคกลับไปยังที่นั่งนักบินของยานลำเล็กที่พวกเขาใช้สำหรับลงจอด

 

 

 

 

“มีเผ่าพันธุ์อื่นที่เหมือนกับเนโครมังเกอร์ที่ข้ายังไม่รู้จักอีกไหม?”

 

 

 

“ไม่มีในบันทึกของเราครับท่าน” ลอร์ดโทรอันเอ่ยเสียงเบา

 

 

 

“ไม่มีสัญญาณของโรคร้าย, ไม่มีซากศพ” ริดดิคขมวดคิ้วมุ่น “มี บางอย่าง เกิดขึ้นกับผู้คนที่นี่! ครั้งสุดท้ายที่เครื่องสแกนแสดงให้เห็นสัญญาณของชีวิตข้างล่างนี่เมื่อไหร่กัน?”  

 

 

 

“ช่วงเช้าของเมื่อวานค่ะ” ฝ่ายเทคนิคตอบ, สายตาของเธอกวาดผ่านหน้าจอที่อยู่ตรงหน้า “หลังจากนั้น, ไม่มีสแกนตัวไหนทำงานอีกเลยจนกระทั่งเมื่อเช้านี้” ก่อนการบุกเข้าโจมตี--สแกนแสดงความผิดปกติออกมา และริดดิคยืนกรานว่าจะลงจอดภาคพื้น, ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เขาต้องการจะเห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้น และไม่มีใครในสภาใหม่นี้จะตำหนิเขา, พวกเขาล้วนแต่อยากรู้อยากเห็น

 

 

ริดดิคขอข้อมูลของดาวเคราะห์นี้และกวาดสายตาไปยังหน้าจอหลัก แล้วเริ่มต้นหารือกับฝ่ายเทคนิค วาร์โกและโทรอันจัดแจงตัวเองให้อยู่ถัดจากโต๊ะบัญชาการ ตรวจสอบแผ่นข้อมูลและรายงานเพื่อมองหาอะไรก็ตามที่พวกเขาพลาดไป ไม่มีพื้นที่ใดที่ไม่ถูกทำการค้นหา, ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะหลบซ่อนอยู่ในที่ที่ถูกมองข้าม , พวกเขาคงไม่โชคดีมากมายขนาดนั้น

 

 

 

ยูร์ ซุ่มมองอยู่ที่ทางเข้า, พยายามที่จะสังเกตทุกคนพร้อม ๆ กันและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลอร์ดวาร์โก เขา ไม่-พอใจ-อย่างมาก ที่ได้รับคำสั่งให้อยู่ในหน้าที่คุ้มกัน และไม่แม้แต่จะยินดีเมื่อรับรู้ว่าเจ้านายของเขาหายไปด้วยกันกับลอร์ดมาร์แชล เขาจะคิดได้อย่างไรว่าเขารักษาสัญญาว่าจะรับใช้วาร์โก ถ้าหากเขาไม่รู้แม้แต่น้อยว่าคนคนนั้นอยู่ที่ไหน? นี่เป็นสิ่งที่น่าโมโหอย่างมาก เขาไม่คาดหวังจะให้มันเป็นเช่นนี้อีกแล้ว

 

 

 

อย่างน้อยที่สุด พวกเขาก็ไม่ได้เอาพวกเฮลฮาวด์ห่าเหวนั่นมาด้วย...

 

 

 

 

 

 

------------------------------

 

 

พวกเขายุติการสำรวจเมื่อแสงสุดท้ายแห่งวันเริ่มตกลงสู่เมืองที่ว่างเปล่า, เลนเซอร์ถูกวางตำแหน่งไว้ที่จุดยุทธศาสตร์บนหลังคา, ดำเนินการค้นหาอย่างเปล่าประโยชน์ขณะที่พวกทหารตั้งค่ายฐานที่มั่นชั่วคราวใกล้กับยาน --ไม่ใช่ค่ำคืนที่สะดวกสบายเลยสำหรับพวกเขา ฝุ่นละอองสีเทาหนาที่ปกคลุมดวงดาวแห่งนี้แห่กันลงมาปกคลุมพวกเขาอย่างเริงร่าไปด้วย ยานและเครื่องไม้เครื่องมือถูกทำให้ปราศจากมันเพราะการถ่ายเปลี่ยนหมุนเวียน, หากแต่เหล่า