[EBW] [FIC] Obliterate

posted on 30 Apr 2013 19:05 by toyarima in EBW
 
อันเนื่องมาจากเหตุการณ์บางอย่าง... เกิดขึ้นในช่วงอีเว้นท์นี้พอดี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

เศษใบไม้แห้งที่ถูกโปรยปรายลงมาจากต้นไม้ใหญ่ที่เรียงเป็นแถวยาวจนทางเดินและอาณาบริเวณนั้นถูกปกคลุมไปด้วยสีน้ำตาลแดง ไม่ใช่ว่าผู้ดูแลจงใจปล่อยปละละเลย หากแต่มากเกินกว่าที่จะจัดการได้หมด เสียงกรอบแกรบจากใบไม้ที่ถูกเหยียบดังชัดในช่วงเวลาที่ลมสงบ ไม่มีแม้แต่เสียงจิ้งหรีดหรือจักจั่น ไม่มีแม้แต่เสียงนกหรือสัตว์ที่ออกหากินกลางคืน นอกเสียจากเสียงอันเกิดจากการกระทำของผู้มาเยือน ที่นี่ก็เงียบสนิท

 

 

 

ลูเซียส ซไวเทอ ลิธช์  กลับมาถึงบ้านหลังจากที่ห่างหายไปนานกว่าเดือน สวนถูกปกคลุมด้วยใบไม้แห้งหมดแล้ว หากแต่ต้นไม้ที่ดูเหมือนเพิ่งปลูกใหม่และกำลังออกดอก กับแปลงสวนครัวเล็ก ๆ โดยรอบนั้นยังคงอยู่ในสภาพดีไม่เสียหาย บ่งบอกได้รับความดูแลจากผู้ปลูกเป็นอย่างดี

 

 

 

คนแรกที่เขาพบคือ เค เมดรับใช้คนที่หนึ่งซึ่งกำลังกวาดใบไม้แห้งออกจากระเบียงบ้าน ร่างไร้ชีวิตที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยพันธสัญญาบางประการเพื่อให้เคลื่อนไหวอยู่ได้และคอยรับใช้เขานั้นเงยหน้าขึ้น จ้องมองเขาด้วยดวงตาไร้แววที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเพ่งเล็งไปที่จุดใด ก่อนจะโค้งให้เป็นการแสดงความเคารพอย่างเช่นทุกที หญิงสาวทิ้งงานตรงหน้าแล้วตรงมาเปิดประตูบ้านให้เขาทันที

 

 

เพียงก้าวเข้าไปในบ้าน เจ้าตัวก็จัดแจงเข้ามาถอดเสื้อโค้ทตัวนอกของเขาออก แล้วนำไปแขวนให้อย่างเรียบร้อยเหมือนทุกที ดังเช่นที่เมดคนอื่น ๆ พึงกระทำในหน้าที่นี้

 

 

 

 

“เค... ทำไมเจ้าถึงยังอยู่ที่นี่?”

 

 

 

ลูเซียสเอ่ยถามออกไปด้วยความประหลาดใจ เพราะในยามปกติแล้วนี่ไม่ใช่เวลาที่เมดคนนี้จะอยู่ที่บ้านของเขา หากเป็นการผลัดเปลี่ยนเวรกันดังเช่นทุกวัน เคสมควรจะอยู่ในร้านตุ๊กตาของพี่สาวเขาในเมืองตอนนี้ และคนที่จะเข้ามาหาเขาคนแรก ทันที่กลับถึงบ้านควรจะเป็น..

 

 

 

เลฟ ... ข้ากลับมาแล้ว”

 

 

 

แวมไพร์หนุ่มขมวดคิ้วมุ่น เมื่อประโยคที่ควรจะมีเสียงตอบรับของอีกคนในบ้านนั้นมีเพียงเสียงปริแตกของถ่านในเตาผิงเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ หากว่าเจ้าตัวอยู่ที่ในครัวก็จะรีบวิ่งออกมาต้อนรับเขา แม้ว่าจะยังสวมผ้ากันเปื้อนหรือในมือจะยังถืออุปกรณ์ทำครัวอยู่ก็ตาม หรือ หากไม่เช่นนั้น เขาก็ควรจะพบร่างของอีกฝ่ายที่กำลังหลับ นั่งเอนพิงกับพนักโซฟา ไม่ได้กลับไปที่ห้องนอนเพราะอุตส่าห์นั่งรอเขาจนดึก

 

 

 

“เลฟ...?”

 

 

 

สิ่งที่เขาสัมผัสได้นอกจากเสียงของตัวเอง แล้ว ก็มีเพียงเสียงกระทบกันเบา ๆ ของจานที่ดังมาจากในครัว ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องผิดปกติ หากว่าคนรักของเขาจะยังอยู่ในครัว ทั้งที่ได้ยินเสียงของเขาตั้งแต่เข้ามา

 

 

 

เคยังคงยืนอยู่ใกล้กับประตูในท่าทางที่นอบน้อมประสานมือไว้ข้างหน้า สีหน้าเรียบเฉยและนิ่งสนิท จ้องมองการกระทำของผู้เป็นนาย ที่ตอนนี้เดินจ้ำผ่านห้องโถงนั่งเล่นเข้าไปที่ด้านในซึ่งเป็นทางไปสู่ห้องครัว เมดสาวผมดำสนิทยังคงยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นเหมือนรอที่จะบอกอะไรบ้างอย่าง แต่ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้และร่างสูงก็เดินไปไกลเสียแล้ว เจ้าตัวจึงเปิดประตูออกไปข้างนอก และทำงานของตัวเองที่ค้างไว้ต่อ

 

 

 

ลูเซียสเปิดเข้าไปในครัว มองเห็นเงาคนที่ยืนอยู่จึงเอ่ยทักออกไป แล้วชะงัก...

 

 

 

“เลฟ...เจ้า... !”

 

 

 

ผิดคาดที่ร่างที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์หินอ่อนซึ่งกำลังเก็บจานที่วางอยู่บนชั้นเข้าตู้นั้นเป็นหญิงสาวผมบลอนด์ในชุดเมดอีกคน เจ้าตัวที่ยืนหันหลังให้เขานั้นหันกลับมา ไม่ใช่เพราะเสียงเรียกของเขาเมื่อครู่ หากแต่เป็นเพราะสัมผัสได้ว่าผู้เป็นนายของตนก้าวเข้ามาในห้อง...

 

 

...และนี่ก็คือ จี  เมดคนที่สอง

 

 

 

ไม่ต้องรอให้หญิงสาวได้วางมือจากงานแล้วทำความเคารพเขา ลูเซียสก้าวออกจากห้องครัวเดินผ่านทางเดินที่ตัดขนานกับโถงรับแขกก้าวขึ้นบันไดที่นำไปสู่ห้องชั้นบน หลังจากที่เดินเข้าไปในห้องหนังสือ ซึ่งถือเป็นห้องทำงานของเขา พบของขวัญวันเกิดของเขาที่ยังคงถูกวางไว้ที่เดิมตั้งแต่ก่อนที่เขาจะไป แต่ไม่พบตัวคนที่นำของพวกนี้มาให้เขา และแม้แต่ในห้องรับรองแขกอีกสองห้องก็ไม่พบแม้แต่เงา จวบจนมาถึงห้องนอนที่คาดว่าจะได้พบกับคนรักของเขาในห้องนี้แน่ แต่ก็ว่างเปล่า...

 

 

เตียงนอนที่ถูกจัดไว้อย่างดี คลุมด้วยผ้าปูเตียงอีกชั้น เป็นสัญลักษณ์ว่าไม่ได้มีคนเข้ามานอนที่นี่เลย หรืออย่างน้อย มันก็เพิ่งจะถูกเปลี่ยนก่อนหน้านี้ไม่นานนัก

 

 

 

“เลฟ... เจ้าอยู่ที่ไหน?”

 

 

 

จากความงุนงงและประหลาดใจในทีแรก  กลายเป็นความกระสับกระสายกระวนกระวาย แวมไพร์เจ้าของบ้านเดินตามหาคนรักของตัวเองที่จู่ ๆ ก็หายตัวไปจากบ้านเสียเฉย ๆ ด้วยความร้อนใจ แม้ว่าเมื่อไปยังห้องใต้หลังคา หรือ ห้องใต้ดิน เขาก็ไม่พบแม้แต่เงา

 

ตอนที่เขาเปิดเข้าไปยังห้องซักผ้าที่ได้ยินเสียงน้ำ เขาก็พบแต่เพียง บี  เมดรับใช้คนที่สามของเขาซึ่งกำลังหยิบผ้าออกมาจากตะกร้าลงซักตามหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งเมื่อนางเห็นเขา ก็ละมือจากงานตัวเองแล้วตรงเข้ามาทำความเคารพ แล้วเงยหน้าขึ้นมองนิ่ง ยืนรอเหมือนต้องการจะบอกอะไรบางอย่างกับเขา

 

 

 

“เจ้ารู้หรือเปล่าว่าเลฟหายไปไหน?”

 

 

 

“...”

 

 

 

เมดที่เป็นตุ๊กตาหุ่นเชิด อันเกิดจากซากศพที่เหมือนมีชีวิตนั้นไม่สามารถพูดจาโต้ตอบได้ และไม่สามารถให้คำตอบเขาได้อยู่แล้ว ซึ่งลูเซียสรู้ความจริงข้อนี้ดี สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ เสียงพูด หากแต่เป็นการแสดงท่าทีว่ารับรู้และพร้อมจะให้คำตอบกับเขาได้

 

 

 

บีขยับเข้ามาใกล้เขาเกือบชิด หญิงสาวดึงริบบิ้นที่ผูกอยู่ ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อลง แล้วแหวกคอเสื้อออก ผิวขาวซีดที่บางเสียจนมองเห็นรอยเส้นเลือดใต้ผิวชัดเจนปรากฎสู่สายตา

 

 

 

เพราะไม่สามารถที่จะตอบคำถามได้ด้วยเสียงพูด สิ่งเดียวที่จะทำให้เห็นภาพได้ทั้งหมดโดยที่ไม่ต้องเขียนอธิบาย ก็คือ การดูดเลือดเพื่อดูความทรงจำ

 

 

 

ทันทีที่คมเขี้ยวกดลงไปบนผิว และเลือดหยดแรกสัมผัสกับปลายลิ้น ภาพเรื่องราวทั้งหมด ที่เป็นมุมมองจากสายตาของเจ้าของเลือดก็ปรากฎเข้ามาในหัวเหมือนเป็นภาพเรื่องราวที่ไม่ปะติดปะต่อกันนัก ลูเซียสขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะผละออกมาเมื่อไม่พบคำตอบที่เขาต้องการ แล้วเดินออกจากห้อง โดยที่มีคนที่เขาเพิ่งดูดเลือดเมื่อครู่เดินตามหลังมาด้วย

 

 

 

ต่อจากบี ก็เป็นจีที่อยู่ในครัว ทั้งสองคนมีหน้าที่ในบ้านแตกต่างกัน ดังนั้นมุมมองของสายตาและช่วงเวลาในการอยู่ในห้องต่าง ๆ ก็จะไม่เท่ากันด้วย ทั้งสองคนมีภาพปกติยาวทำงานบ้านของตนเอง ซึ่งจะพบกับคนรักของเขาเข้ามาในภาพบ้างเป็นครั้งคราว แต่ต่างจบลงที่ความทรงจำสุดท้าย เลฟบอกให้ทั้งสองคนกลับร้านไปได้

 

 

 

บี ดูแลงานทำความสะอาดส่วนชั้นบนบ้านและซักผ้า

 

 

จี ดูแลทำความสะอาดชั้นล่างของบ้านและช่วยเรื่องการจัดหาของเข้าบ้าน

 

 

 

คงเหลือแต่ เค...

 

 

คนที่ดูแลบริเวณรอบนอกของบ้านทั้งหมดและงานส่งจดหมาย

 

 

 

เมื่อออกจากครัวมาพร้อมกับเมดทั้งสอง เคก็ไม่ได้ยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านแล้ว แต่เสียงกวาดใบไม้ภายนอกก็เป็นการบอกตำแหน่งของเจ้าตัวได้ดี ลูเซียสรีบเปิดประตูออกไป และทันทีที่เห็นว่าเจ้าตัวอยู่ที่ไหนก็พุ่งเข้าไปคว้าตัวไว้ทันที

 

 

 

“เค... เหลือเจ้าอีกแค่คนเดียว ข้าหวังว่าเจ้าที่ข้ามอบหมายงานสำคัญให้มาตลอดจะตอบคำถามข้าได้ดีกว่าอีกสองคนนั่น”

 

 

 

โดยไม่รอให้ร่างตุ๊กตาได้ประเมินผลคำพูดนั้น คอเสื้อถูกมือแกร่งฉีกกระชากออกจนขาดแยกออกจากกัน ก่อนที่ร่างสูงจะโน้มใบหน้าลงแนบริมฝีปากฝังเขี้ยวลงไป แม้ว่าจะถูกกระทำอย่างจาบจ้วงและรุนแรง แต่เมดรับใช้ก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไม่ต่างจากเดิมและยืนนิ่งให้ผู้เป็นนายได้ดื่มเลือดของตน

 

 

ทุกอย่างแทบจะเหมือนกับเมดรับใช้อีกสองคน ลูเซียสไม่พบอะไรผิดปกติในการปฏิบัติงานของเค ซึ่งความทรงจำก็จบลงที่ เลฟบอกให้นางกลับร้านไปเช่นกัน

 

 

เกือบจะผละริมฝีปากออกแล้ว... หากไม่เห็นภาพที่เหมือนย้อมด้วยสีแดงในวันรุ่งขึ้น ซึ่งแตกต่างจากเมดทั้งสองที่ทำงานในบ้าน

 

 

เคพบกองเลือดกองหนึ่ง... ดูเหมือนจะเป็นแอ่งขนาดใหญ่บนพื้น  ซึ่งไม่ได้โดนใบไม้ปกคลุมเอาไว้

 

 

เลือดยังอุ่นอยู่ตอนที่นางก้มลงไปแตะ...

 

 

 

แล้วนางก็ยกนิ้วนั้นขึ้น ป้ายลงบนริมฝีปาก...

 

 

 

 

“....!”

 

 

ลูเซียสสะดุ้งและผละออกจากลำคอของเมดรับใช้ด้วยอาการเกือบจะเหมือนถูกแทงให้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่ไม่มีบาดแผลใด ๆ เกิดขึ้น แต่ความรู้สึกแวบเดียวเพียงไม่กี่วินาทีนั้นก็เสียดแทงจนก่อให้เกิดความเจ็บปวดจนต้องนิ่วหน้า ร่างสูงหลับตาลงครู่หนึ่ง ราวกับจะซึมซับภาพที่เข้ามาในหัวเพียงฉากเดียวนั้น

 

 

ความผิดปกติของกลิ่นอายโดยรอบและความเงียบสงัดเกินไปนั้นส่งสัญญาณบอกเหตุบางอย่างแต่แรก เขากลับมองข้ามและไม่ใส่ใจ เพราะอยู่ในความกระวนกระวายนั้น ตอนนี้เขาได้คำตอบนั้นแล้ว

 

 

สิ่งที่ทำให้เขากระวนกระวายมากที่สุด มากเสียจนกลายเป็นความกังวลและก่อให้เกิดความกลัวขึ้นในจิตใจ

ไม่ใช่ความปลอดภัยของตัวเขาเอง แต่เป็นของอีกคนที่ควรจะอยู่ในบ้านตอนนี้ต่างหาก...

 

 

 

เลฟ... ลีเวียธาน ลิธช์

 

 

คนรักของเขา...

 

 

 

ภาพความสับสนที่เห็น ก